โรงพยาบาลกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิด19

โรงพยาบาลกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิด19

จากสถานการณ์ภาวการณ์แพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ได้ลุกลามและแพร่กระจายไปทั่วโลก และไม่มีทีท่าว่าจะจบลง ซึ่งในเวลานี้แต่ละประเทศกำลังหามาตรการรับมือของประเทศตัวเองอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่และสังคมของประชาชน และสุขภาพของทุกคนในประเทศตัวเอง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐต่างๆ ระดมกำลังและสมอง ความสามารถในการที่จะรับมือและแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จากข่าวล่าสุดนั้น ผู้สื่อข่าวทั่วโลกได้ทำการรายงานข่าวออกมาว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศโรมาเนีย กลายเป็นจุดแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไข้โควิด19 นี้แล้ว ทั้งๆ ที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลนั้นควรจะเป็นที่ ที่ผู้ป่วยต่างเข้าไปพักรักษาไม่ว่าจะเจ็บป่วยในด้านไหน แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่แล้ว กลับกลายเป็นสถานที่และเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้ของประเทศ 

โรงพยาลบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศโรมาเนีย ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคไข้ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โควิด19 ของประเทศ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลถูกตรวจพบติดเชื้อที่ แปดสิบสามคน จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ประเทศโรมาเนีย

ได้เร่งเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอย่างฉุกเฉิน ในเมืองซูซาวา ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และได้มีการสั่งปลดผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยโทษในเรื่องของการบริหารการจัดการได้อย่างย่ำแย่ จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ และบุคคลากรที่สำคัญในการรับมือของการป้องกันการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้

ต้องติดเชื้อตัวนี้ถึงแปดสิบสามคน ซึ่งปัจจุบันนั้นประเทศโรมาเนีย มีอัตราจำนวนการเสียชีวิตของไข้ระบาดตัวนี้อยู่ที่ สิบสี่คน  ซึ่งในจำนวนที่เสียชีวิตนี้ มีจำนวนถึงหกคนที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลแห่งนี้ และขณะที่ในบรรดาจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มที่นี่จำนวน แปดสิบสามคนนั้น ที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นผลบวกนั้น แบ่งจำนวนนี้ออกเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน สามสิบสี่คน และพยาบาลอีกจำนวน 

สี่สิบเก้าคน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเสียหายของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้คือกำลังสำคัญในการป้องกันและรับมือกับปัญหานี้ และหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้โรงพยาบาลที่นี่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรค ขณะที่โรงพยาบาลต้องปิดเป็นเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงเพื่อทำการฆ่าเชื้อ และคนไข้เกือบราวๆ หนึ่งร้อยคนของโรงพยาบาลแห่งนี้

ต้องถูกสั่งย้ายไปยังสถานโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ ในภูมิภาค ที่ใกล้เคียงที่สุดของประเทศโรมาเนีย ซึ่งทำให้เกิดความโกลาหลกันพอสมควร เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยค่อนข้างสูงและต้องมีการกระจายกันไปหลายแห่ง