ธุรกิจและเศรษฐกิจ

ปิดกิจการไปอีกหนึ่ง มีผล 30 เมษายน

ปิดกิจการไปอีกหนึ่ง มีผล 30 เมษายน นี้โรงแรม เอวาซอนเลิกจ้างพนักงาน

       ปัจจุบันสถานการณ์การท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนก็เรียกได้ว่า เงียบเหงาซบเซาไปหมดทุกที่ นักเที่ยวไม่มี มีแต่พนักงานนั่งคอยที่จะรอบริการแขก แต่ก็หาได้ยากมากในแต่ละวันที่จะมีแขกมาเข้าพักในโรงแรม  ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับธุรกิจการโรงแรมทั่วประเทศ และในที่สุด โรงแรมบางที่ก็สุดที่จะยื้อเอาไว้ได้ จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานและปิดกิจการลง ซึ่งหนึ่งในโรงแรมที่ว่านี่ก็คือ โรงแรมเอวาซอน ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดปราณบุรี 

โดยทางผู้บริหารรได้มีการปิดประกาศเอาไว้ ให้กับพนักงานได้ทราบโดยทั่วกันว่า จะมีการเลิกจ้างพนักงาน โดยจะมีผลวันที่ 30 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 นับแต่นั้นไป ซึ่งสาเหตุทีทำให้ต้องเลิกจ้างพนักงานนั้นก็เพราะว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้โรงแรมได้รับผลกระทบอย่างมาก

ธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไและไม่สามารถจะพยุงกิจการให้ไปต่อได้อีกแล้ว ซึ่งทางบริษัทมีการแจ้งล่วงหน้า หนึ่งเดือนและจะมีการจ่ายเงินเดือนตามที่กฎหมายกำหนด 

         เชื่อว่าปัญหากิจการไม่สามารถดำเนินการเปิดไปต่อได้นั้น นับวันจะยิ่งทวีพูลเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะพิษเศรษฐกิจที่ยังคงย่ำแย่ลงเรื่อยเรื่อย ไม่ใช่แค่ย่ำอยู่กับที่เท่านั้นแต่เป็นเศรษฐกิจกำลังดิ่งลงเหวลึกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าโรงแรงขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ต่างก็เริ่มพากันทยอยปิดตัวลงและต้องเลิกจ้างพนักงาน เพราะไม่มีคนมาเข้าพักที่โรงแรม ขืนฝืนเปิดกิจการต่อไปก็มีแต่ขาดทุน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี โรงแรมส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพักและใช้บริการกันอยู่แล้ว

ยิ่งในตอนนี้ทุกประเทศเริ่มมีการทยอยล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่สามารถเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้ หากเดินทางออกนอกประเทศก็จะเกรงว่าหากประเทศของตัวเองปิดประเทศไปแล้วขนาดที่ตัวเองอยู่ต่างประเทศแล้วจะกลับเข้าประเทศไม่ได้ซึ่งจะทำให้ลำบากเข้าไปใหญ่

และทุกคนต่างก็หวาดกลัวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันมากเพราะต่างก็ททราบกันดีว่า หากมีการติดเชื้อแล้วการรักษาค่อนข้างรักษาให้หายยากเพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ รวมถึงสถานที่รักษาพยาบาลก็มีน้อยมาก ทำให้ในตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันอยู่แต่ในบ้าน และนักท่องเที่ยวภายในประเทศเองก็มีการออกมาเที่ยวกันน้อยมาก

เพราะต้องให้ความร่วมมือกับทางราชการที่ประกาศให้ประชาชนงดเที่ยว โดยให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ดังนั้นเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวโรงแรมจึงไม่สามารถเปิดกิจการต่อกันได้ จึงจำเป็นต้องปิดตัวลง อย่างเช่นที่โรงแรม เอวาซอน เป็นอยู่ในตอนนี้นี่เอง

 

สนับสนุนโดย  nowbet

โรงพยาบาลกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิด19

จากสถานการณ์ภาวการณ์แพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ได้ลุกลามและแพร่กระจายไปทั่วโลก และไม่มีทีท่าว่าจะจบลง ซึ่งในเวลานี้แต่ละประเทศกำลังหามาตรการรับมือของประเทศตัวเองอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่และสังคมของประชาชน และสุขภาพของทุกคนในประเทศตัวเอง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐต่างๆ ระดมกำลังและสมอง ความสามารถในการที่จะรับมือและแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จากข่าวล่าสุดนั้น ผู้สื่อข่าวทั่วโลกได้ทำการรายงานข่าวออกมาว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศโรมาเนีย กลายเป็นจุดแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไข้โควิด19 นี้แล้ว ทั้งๆ ที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลนั้นควรจะเป็นที่ ที่ผู้ป่วยต่างเข้าไปพักรักษาไม่ว่าจะเจ็บป่วยในด้านไหน แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่แล้ว กลับกลายเป็นสถานที่และเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้ของประเทศ 

โรงพยาลบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศโรมาเนีย ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคไข้ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โควิด19 ของประเทศ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลถูกตรวจพบติดเชื้อที่ แปดสิบสามคน จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ประเทศโรมาเนีย

ได้เร่งเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอย่างฉุกเฉิน ในเมืองซูซาวา ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และได้มีการสั่งปลดผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยโทษในเรื่องของการบริหารการจัดการได้อย่างย่ำแย่ จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ และบุคคลากรที่สำคัญในการรับมือของการป้องกันการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้

ต้องติดเชื้อตัวนี้ถึงแปดสิบสามคน ซึ่งปัจจุบันนั้นประเทศโรมาเนีย มีอัตราจำนวนการเสียชีวิตของไข้ระบาดตัวนี้อยู่ที่ สิบสี่คน  ซึ่งในจำนวนที่เสียชีวิตนี้ มีจำนวนถึงหกคนที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลแห่งนี้ และขณะที่ในบรรดาจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มที่นี่จำนวน แปดสิบสามคนนั้น ที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นผลบวกนั้น แบ่งจำนวนนี้ออกเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน สามสิบสี่คน และพยาบาลอีกจำนวน 

สี่สิบเก้าคน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเสียหายของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้คือกำลังสำคัญในการป้องกันและรับมือกับปัญหานี้ และหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้โรงพยาบาลที่นี่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรค ขณะที่โรงพยาบาลต้องปิดเป็นเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงเพื่อทำการฆ่าเชื้อ และคนไข้เกือบราวๆ หนึ่งร้อยคนของโรงพยาบาลแห่งนี้

ต้องถูกสั่งย้ายไปยังสถานโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ ในภูมิภาค ที่ใกล้เคียงที่สุดของประเทศโรมาเนีย ซึ่งทำให้เกิดความโกลาหลกันพอสมควร เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยค่อนข้างสูงและต้องมีการกระจายกันไปหลายแห่ง

วิกฤติของธุรกิจแพปลา

ธุรกิจแพปลา จังหวัดตรัง วิกฤติ จากผลกระทบกฎหมายจัดระบบเรือ

การดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ การคุ้มครองป้องกันการลักลอบค้ามนุษย์ มีอัตราโทษร้ายแรงรวมทั้งวัตถุดิบที่มีน้อย

ภายหลังที่รัฐบาลกำหนดมาตรการล้อมกรอบให้ผู้ประกอบกิจการปฎิบัติตามนโยบายคุ้มครองการค้ามนุษย์ อย่างเข้มงวดแล้วก็ครัดเคร่งไม่ว่าจะเป็นระยะทางกำหนดจากเดิม 3,500 เมตร ออกไปเป็น4,500เมตรซึ่งเป็นทะเลน้ำลึกจำนวนสัตว์น้ำมีปริมาณน้อยลง หรือแม้แต่เรื่องของเวลา จากเดิมที่ออกได้ทั้งปี แต่ว่ามากำหนดให้เหลือเพียงแค่ 205 วัน

ทั้งยังมีการจัดระบบวางกฎระเบียบเอาจริงเอาจังกับบรรดาลูกเรือ ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจประมงกันตัง ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากทั้งยังการกำหนดช่วงเวลาให้ออกได้ปีละ 205 วันแต่ว่าในรอบปีหนึ่งทำเป็นเพียงแค่ 100 กว่าวัน ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ลูกเรือประมงที่ออกเรือควรต้องทำประวัติให้ละเอียด พร้อมด้วยถ่ายรูปทุกคน ถ้าหากลูกเรือเจ็บป่วยจะต้องนำเข้าฝั่ง การจะหาลูกเรือมาทดแทนก็ไม่ได้จะต้องเป็นคนเดิม เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหา

นายสุบิน เกตุรัตน์ อายุ 51 ปี ผู้ครอบครองเรือธงมานะ1บอกว่าต้นเหตุที่เจ้าของเรือประมงพาณิชย์หลายลำประกาศขาย เหตุเพราะความยุ่งยากสำหรับในการประกอบธุรกิจที่จะจะต้องมีเอกสารประกอบกิจการเยอะแยะทั้งๆที่เกี่ยวกับตัวเรือ เกี่ยวกับสัตว์น้ำทะเลที่หาได้ แหล่งที่มาของสัตว์น้ำ

แล้วก็เอกสารเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างประเทศ มีกฎระเบียบหลายประการที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน ทำให้ดำเนินธุรกิจยาก เนื่องจากถ้าหากกระทำผิดโทษจะหนักมากตัวอย่างเช่น ปรับเป็นเงินสูงมาก อย่างเช่น5แสนบาท หรือสูงถึง30ล้านส่วนตัวเองแม้ว่าจะมีคนประกาศขายเรือ

ถ้าหากข้อบังคับเป็นอย่างนี้ จะไม่ซื้อเรือใหม่โดยเด็ดขาด แต่ว่าถ้าหากมีอยู่แล้วก็จะรักษาไว้ทำงานปกติ แต่ว่าจะใช้แรงงานคนประเทศไทยในพื้นที่ จะไม่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้านนายจังหวัดตรังปกรณ์ พรพิมลวัฒน์เจ้าของธุรกิจแพปลารับซื้อสัตว์น้ำเพื่อส่งขายให้กับห้องเย็น ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจพูดว่าข้อบังคับที่ออกมาส่งผลเสียต่อผู้ประกอบกิจการธุรกิจประมงอย่างยิ่ง ตัวเองมีแพปลาอยู่ทั้งสิ้น4ที่คือ ที่ จังหวัดจังหวัดสงขลา,จังหวัดปัตตานี,จังหวัดจังหวัดสตูล และก็จังหวัดจังหวัดตรัง ช่วงนี้หยุดรับซื้อไปแล้ว3ที่ คงเหลือแต่เฉพาะจังหวัดตรังแค่นั้น

รวมทั้งคาดว่าจำเป็นจะต้องหยุดกิจการในเร็วๆนี้เหมือนกันเพราะว่าจากเดิมที่เคยรับซื้อได้วันละ 30-40 ตันแต่ว่าตอนนี้รับซื้อได้เพียงแค่วันละไม่กี่ร้อยกิโลสาเหตุที่จะต้องหยุดรับซื้อ เพราะวัตถุดิบมีน้อยรวมทั้งปัจจุบันนี้การซื้อสัตว์น้ำก็จะยุ่งยากมาก การรับซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมง ควรมีหลักฐานแสดงถิ่นกำเนิด หรือแหล่งที่ได้มาของสัตว์น้ำจำพวกนั้นๆด้วย