สังคมทั่วไป

ฮ่องกง ภัยร้ายที่เกิดจากตัวเอง

ประเทศฮ่องกง นับเป็นประเทศที่มีอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยว

และวัดวาอารามอยู่มากมาย ที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะนิยมไปกราบไหว้บูชาเพื่อขอพรต่างๆ นาๆ เนื่องจากประเทศฮ่องกงนี้อยู่ใกล้กับประเทศไทย เดินทางสะดวกใช้เวลานั่งเครื่องบินไม่ถึงสองชั่วโมง อีกทั้งบรรยากาศก็จะเย็นสบาย ของช็อปปิ้งก็จะเป็นดิวตี้ฟรี และอาหารการกินก็จะมีความละม้ายคล้ายคึงกับประเทศไทย ซึ่งต้องบอกว่าประเทศฮ่องกงนี้แทบจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียเลยก็ว่าได้ แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การท่องเที่ยวฮ่องกงได้เปลี่ยนไปเนื่องด้วยเหตุการณ์การเมืองที่มีเหล่าประชาชนออกมาก่อม๊อบและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในประเทศ จากสถานการณ์ส่งผู้ร้ายข้ามแดน กลายเป็นปัญหาร้อนทางการเมืองที่ทางการฮ่องกงต้องเข้ามารีบแก้ไข ซึ่งสถานการณ์ช่วงนั้นจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบจะค่อนปีแล้ว

ทำให้การท่องเที่ยวฮ่องกงเริ่มซบเซา เพราะคนต่างชาติหรือแม้แต่เราคนไทย ก็ไม่กล้าไปเที่ยวเพราะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ห้างร้านต่างๆ เริ่มมีปัญหา ประชาชนเริ่มโจมตี กลุ่มก่อม๊อบมีการปะทะกันค่อนข้างรุนแรงกับตำรวจของฮ่องกง มีการทำลายข้าวของห้างร้านต่างๆ ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่เข้าไป และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย จนเกิดโรคระบาด ไวรัสโคโรน่า หรือไข้โควิด 19 ที่แพร่กระจายจากประเทศจีน เข้าไปที่ฮ่องกง นั่นหมายความว่าคลื่นพายุลูกที่สองกำลังโหมกระหน่ำประเทศฮ่องกงอย่างรุนแรง

จากเดิมที่ไม่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวหรือมีน้อยลงอยู่แล้วนั้น ยิ่งเจอสถานการณ์นี้เข้าไปยิ่งทำให้การท่องเที่ยวฮ่องกงยิ่งซบเซา โรงแรมใหญ่ของฮ่องกง เริ่มมีการประกาศปลดพนักงาน และที่สำคัญโรงแรมใหญ่ๆของฮ่องกงเอง ที่มีเจ้าของเป็นนักลงทุนต่างชาติก็จ้างพนักงานฮ่องกงนี่แหละ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอัตราการว่างงานของคนฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ยิ่งไปกว่านั้นหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป รายงานล่าสุดจากสื่อต่างประเทศเริ่มมีข่าวหลุดออกมาว่า นักลงทุนต่างชาติ เริ่มทยอยขนเงินลงทุนออกจากฮ่องกงแล้ว และบริษัทฯ หรือโรงแรมต่างๆ

เริ่มปิดกิจการเป็นการชั่วคราว นั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่เริ่มเข้าสู่ยุคตกต่ำของฮ่องกงอีกครั้ง จากที่หลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศฮ่องกงได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่นับจากวันนี้ไป ฮ่องกงคงต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง หรือบางทีอาจจะต้องนับตั้งแต่ติดลบกันเลยก็เป็นได้ เพราะเมื่อปัญหาไข้โควิดจบลง ฮ่องกงก็จะต้องกลับมาแก้ปัญหาเรื่องการเมืองของพวกเค้าที่ยังคงคาราคาซังกับกลุ่มม๊อบประท้วงของประเทศอยู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า อีก 3-5 ปี ต่อจากนี้ไปเราคงไม่เห็นประเทศฮ่องกงเป็นเหมือนดังเมื่อก่อน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

อธิบายความหมายของคำว่าสำส่อน

คำว่าสำส่อน เป็นคำกริยาที่ใช้เรียกการกระทำของผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้คนมากหน้าหลายตาไปทั่ว  บางคนอาจตีความคำว่าสำส่อนนั้นใช้กับพวกโสเภณี แต่ขยายความได้ง่ายๆโดยให้เข้าใจทั่วไปหมายถึง การที่มีเพศสัมพันธ์ เสพกามารมณ์เละเทะ ไม่เลือกว่าใครเป็นใคร มักเป็นอาชีพของคนที่เป็นโสเภณี ที่ต้องมีการขายบริการให้กับลูกค้าทุกวัน วันละหลายๆคน โดยไม่มีการสืบประวัติผู้ชายเหล่านั้นว่ามีความเป็นมาอย่างไร

       พฤติกรรมการสำส่อนทางเพศเป็นสาเหตุของการติดเชื้อโรคเอดส์และเชื้อกามโรคทุกชนิด  ณ ปัจจุบันนี้ ในกลุ่มของ ผู้ขายบริการทางเพศทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคเอดส์ได้มากกว่าที่มีอาชีพปกติอื่นทั่วๆไป หากป้องกันตัวเองได้ไม่ดี  จากการสุ่มตรวจโดยเฉลี่ยแล้วจากผู้ค้าบริการทางเพศ ผลออกมาแล้วว่าในจำนวน 10 คนจะมี 1 คนที่ติดเชื้อโรคเอดส์ เพราะฉะนั้นหากท่านเป็นผู้ชายที่ไปเที่ยวซื้อบริการทางเพศกับผู้หญิงเพียงแค่ 10 คน ก็สามารถพลาดติดเชื้อโรคเอดส์ได้แล้ว ถ้าท่านไม่ใส่ทุกยางอนามัยป้องกัน 

       แต่ใช่ว่าการใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงขายบริการมันจะไม่ทำให้คุณติดโรคได้เสมอไป ลองคิดดูนะว่า ถ้าวันไหนถุงยางอนามัยที่คุณใช้ดันเกิดฉีกขาดหรือรั่วซึมโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณอาจพลาดติดเชื้อโรคเอดส์และกามโรคได้จากแค่การผิดพลาดครั้งนั้นเพียงครั้งเดียวได้ 

         ทางที่ดีไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เราไม่ควรมีพฤติกรรมสำส่อน ไม่เผลอตัวเผลอใจไปกับคนอื่นง่ายๆ ไม่ไปเที่ยวมีเพศสัมพันธ์กับคนขายบริการทางเพศ หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ควรรักเดียวใจเดียว มีคู่นอนคนเดียว  หรือก่อนตกลงปลงใจแต่งงานกับใครก็ชวนกันไปตรวจเลือดกันก่อนจะแต่งงาน ให้เกียรติคู่นอนของตนเอง รู้จักหักห้ามใจไม่เผลอไผลไปกับเรื่องกามารมณ์ง่ายๆ ถ้าเป็นคนที่ยังโสดโดยเฉพาะหญิงสาวก็ให้รักนวลสงวนตัวตามแบบโบราณที่สั่งสอนกันมา   และสุดท้ายถ้าทุกคนยึดถือและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพุทธศาสนา ถือศีล 5 แล้วนั่นชีวิตก็จะเจอแต่สิ่งดีๆและมีความสุข     

         แต่ก็มีคนบางกลุ่มในศาสนาพุทธได้ออกมาพูดถึงข้อดีของโรคเอดส์ก็คือ ทำให้พวกเราหันมาประพฤติปฏิบัติตัวให้อยู่ในศีลข้อ 3 การไม่ประพฤติผิดในกามกันมากขึ้น ทั้งนี้ยังมีผู้กล่าวกันเล่นๆว่า พระเจ้าได้สร้างเชื้อโรคเอดส์ขึ้นมาเพื่อเป็นการลงโทษต่อมนุษย์ที่ลุ่มหลงมัวเมาในยาเสพติดและกามารมณ์ อีกด้วย